ค่านิยมองค์การ
ประชาธิปไตย ไม่เลือกฝ่าย ใจอาสา ใฝ่หาคุณธรรม

วิสัยทัศน์:
เป็นองค์การภาคประชาชนที่เป็นกลางทางการเมือง เพื่อกลั่นกรองคนดี คนกล้า มีความสามารถเข้า สู่อำนาจตามระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

พันธกิจ:
เสริมสร้างและพัฒนาสังคมประชาธิปไตย ประสานเครือข่าย ทุกภูมิภาค ส่งเสริมการสร้างพลเมือง ที่ตื่นรู้ให้ มีศักยภาพ ในการคัดนักการเมืองที่ดี มีจริยธรรม และมีผลงาน เข้าสู่อำนาจผ่าน กระบวนการเลือกตั้งที่ เสรี โปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม

ความเป็นมา
นับแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 เป็นต้นมา ประเทศไทย ได้ผ่าน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาหลายครั้งการเลือกตั้งแต่ละ ครั้งมีส่วนสร้างความเข้มแข็ง ของพลังการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่กล่าวได้ว่าความชัดเจน ของการมีส่วนร่วมดังกล่าวคง อยู่ในระดับที่ “ใช้สิทธิหย่อนบัตร” เท่านั้น จนกระทั่งมีการก่อตั้ง องค์กรกลางการเลือกตั้งขึ้นตาม คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 3/2535 เพื่อระดมแกนนำ องค์กรประชาชนทั้งภาครัฐ และ เอกชนเข้าร่วมวางยุทธศาสตร์กลั่นกรองคนดีเข้าสู่สภาผู้แทน ผ่าน ยุทธวิธี 2 ประการ คือ

(1) ยุทธวิธีรุก โดยการรณรงค์ให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง และป้องปรามการซื้อสิทธิ์ขายเสียง
(2) และยุทธวิธีรับ โดยการสอดส่องดูแลหน่วยเลือกตั้งและการแจ้งเหตุ

ปรากฏว่า ในการปฏิบัติภารกิจขององค์กรกลาง ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากองค์กร เอกชน องค์การวิชาชีพ นักวิชาการ สื่อมวลชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา และ ประชาชนผู้สนใจปัญหา บ้านเมืองจำนวนหลายหมื่นคน ทำให้การเลือกตั้งใน ปี 2535 (22 มี.ค.และ 13 ก.ย.) ปี 2538 (2 ก.ค.) และ ปี 2539 (17 พ.ย.) มีนักการเมือง “น้ำดี” เพิ่มมากขึ้นอย่างเด่นชัด เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแต่ละครั้ง องค์กรกลางซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ภาครัฐให้ปฏิบัติงาน โดยอิสระก็สลายตัวภายหลังชำระสะสางบัญชีการเงินเสร็จสิ้น
เพื่อให้การดำเนินงานที่ต่อเนื่องและสนองตอบเสียงเรียกร้องของเครือข่ายอาสาสมัครจากทั่วประเทศที่ต้องการให้องค์กรกลางเป็นหน่วยงานประสานความร่วมมือในกิจกรรมการตรวจสอบการเลือกตั้ง คณะกรรมการองค์กรกลางจึงมีมติว่า ให้จัดตั้งองค์กรถาวรขึ้น และให้ชื่อว่า “มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย”

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2544 (6 ม.ค.) ได้ร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครทั่วประเทศจัดตั้ง “เครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง” (People Network for Election in Thailand – P-NET) โดยได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดแรก (2542-2545) ตามเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเห็นชัด มีนักการเมืองเกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก และ นักการเมืองหน้าเก่าที่ถูก “จับตา”ก็สอบตกมากเช่นเดียวกัน

ในการลงประชามติรับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มูลนิธิได้ร่วมกับ P-NET จัดให้มีการรณรงค์ตั้งเวทีประชันความคิดเห็นระหว่างฝ่ายที่รับกับไม่รับ เป็นเวทีให้ความรู้ว่าสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญก่อนตัดสินใจลงประชามติ รวมทั้งตรวจสอบกระบวนการจัดการและการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการที่อาจวางตัวไม่ เป็นกลาง โดยหลักการและนโยบาย มูลนิธิจะร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ และเครือข่ายในการตรวจสอบการเลือกตั้งทุกระดับ เพื่อให้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของไทยมีพัฒนาการควบคุ่ไปกับความตื่นรู้ ของพลเมือง

แนวทางในการดำเนินงานในปัจจุบัน
สำหรับคณะกรรมการชุดปัจจุบัน ที่มีนายสัก กอแสงเรือง เป็นประธาน ได้มีการจัดทำยุทธศาตร์องค์การใหม่ เริ่มตั้งแต่การจัดทำค่านิยมองค์การ โดยมีค่านิยมหลัก 4 ประการได้ แก่ 1. ประชาธิปไตย 2. ไม่เลือกฝ่าย 3. ใจอาสา 4. ใฝ่หาคุณธรรม เพื่อเป็นแนวคิดหลักในการดำเนินงานให้กับบุคลากรขององค์กรกลาง ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษา กรรมการ ผู้ประสานงานถาวร และ อาสาสมัคร เพื่อให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายของก่อตั้ง และการดำรงอยู่ของมูลนิธิ

สำหรับการดำเนินในปัจจุบันและในอนาคตองค์กรกลางจะมีการดำเนินงานที่ต่อเนื่องและถาวร มากขึ้น ซึ่งอาจจะแตกต่างกว่าการทำงานในอดีตที่มีการรวมตัวกัน อย่างเฉพาะกิจ ในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งเท่านั้น องค์กรกลางมีแนวทางการทำงานที่จะให้ความสำคัญกับ การให้การศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง (Civic education) การพัฒนาและเสริมสร้าง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนแบบมีคุณภาพ (Voter education) เพื่อกลั่นกรองคนดี คนกล้า มีความสามารถ เข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชนในการเลือกตั้ง ตั้งแต่ระดับประเทศถึงท้องถิ่น

องค์กรกลางมีแนวทางในการพัฒนาเครือข่ายผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งให้มีความเป็นกลาง มีทักษะในระดับสากล มีการทำงานแบบจิตอาสา และผลักดันให้คนรุ่นใหม่ มารวมสานต่อพันธกิจในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และยังสามารถร่วมการติดตาม การทำงานของนักการเมืองในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ปัจจุบันเครือข่ายองค์กรกลาง หรือ PNET ที่เป็นเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศนั้น มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 9 ภาค ซึ่งมีผู้ประสานงานถาวรประจำภาคจำนวน 9 ท่าน มีผู้ประสานถาวรประจำจังหวัดอีกจำนวน 77 ท่าน และ ผู้ประสานงานถาวร ประจำอำเภออีกอย่างน้อยอำเภอละ 2 คน

ผู้ก่อตั้ง
1. นายเกษม สุวรรณกุล
ประธาน
2. คุณหญิงอัมพร มีศุข
รองประธาน
3. พล.อ.สายหยุด เกิดผล
รองประธาน
4. คุณวารี หะวานนท์
กรรมการและเหรัญญิก
5. นายโคทม อารียา
กรรมการและเลขานุการ
6. นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
กรรมการ
7. นายจีระ หงส์ลดารมภ์
กรรมการ

ภาคีเครือข่าย