การสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่พม่า

วันที่ 1 เมษายน 2560 พม่าได้มีการจัดเลือกตั้งซ่อมใน 22 เมือง ใน 5 รัฐ ได้แก่ รัฐมอญ รัฐฉาน รัฐอาระกัน     รัฐคะเรนนี และรัฐชิน และใน 3 เขตภูมิภาค ได้แก่ เขตย่างกุ้ง เขตพะโก และเขตสกาย โดยคาดว่ามีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งประมาณ 2 ล้านคน มีผู้สมัครเข้าแข่งขันเลือกตั้งในครั้งนี้ 95 คน จาก 24 พรรคการเมือง เพื่อชิงที่นั่งในสภา 19    ที่นั่ง นับเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาล NLD มีพรรคการเมืองใหญ่ ๆ อย่างพรรค USDP ซึ่งมีทหารหนุน กับพรรค NLD ของนางซูจี ที่เป็นพรรคการเมืองหลักที่ลงชิงชัยการเลือกตั้งครั้งนี้  พรรค USDP นั้นส่งผู้สมัครลงแข่งขันครบทุกเขต ขณะที่พรรค NLD ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน 18 คน จากทั้งหมด 19 ที่นั่ง

 บรรยากาศการเลือกตั้งซ่อมนี้ เป็นไปอย่างเงียบเหงา แม้แต่ในเขตเมืองย่างกุ้ง อย่างเช่นที่เมืองกอว์มู เขตเลือกตั้งที่นางอองซาน ซูจีเคยลงสมัครเมื่อปี 2558 เนื่องจากประชาชนสนใจออกมาใช้สิทธิ์น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2558 เช่นเดียวกับในอีกหลายพื้นที่อย่างที่รัฐชาติพันธุ์อย่างรัฐอาระกัน รัฐมอญ  เขตเลือกตั้งเมืองเชียงตุง   อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่ในภาคกลางของรัฐฉาน เช่น เมืองเกซีและเมืองสู้ บรรยากาศเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้ความสนใจการเมืองและออกมาลงคะแนนเสียงตั้งแต่เช้า ก่อนหน้านี้ในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2558 ทั้งสองพื้นที่ไม่มีการจัดเลือกตั้ง เนื่องจากเหตุสู้รบระหว่างกองทัพพม่าและกองทัพรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA

ผลการเลือกตั้งซ่อมเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2560 ปรากฎว่าพรรค NLD ของนางอองซาน ซูจี ได้ที่นั่งทั้งหมด 9 ที่นั่ง ทั้งในสภาสูงและสภาภูมิภาคหรือรัฐ จากทั้งหมด 19 ที่นั่ง แม้พรรค NLD จะสามารถรักษาฐานเสียงในเขตย่างกุ้งได้อย่างเหนียวแน่น ใน 3 เขตย่างกุ้งพรรค NLD สามารถคว้าที่นั่งมาครองได้สำเร็จ เช่นเดียวกับที่เมืองมงยวา เขตสกาย และที่เมืองหย่องฉ่วย หรือหยองห้วย รัฐฉาน พรรค NLD สามารถกวาดที่นั่งมาได้เช่นเดียวกัน ขณะที่ในเมืองเชาโซน รัฐมอญ ตัวแทนผู้สมัครจากพรรค NLD แพ้และมีคะแนนห่างจากตัวแทนพรรค USDP พรรคการเมืองที่ได้รับการหนุนหลังจากกองทัพพม่าอยู่เป็นจำนวนมาก โดยในพื้นที่นี้เพิ่งเกิดเหตุการณ์ประชาชนชาวมอญออกมาประท้วงไม่พอใจเรื่องการนำชื่อของบิดาของนางซูจีมาตั้งเป็นชื่อสะพานข้ามแม่น้ำสาละวิน โดยนายอ่องจี ผู้ชนะจากพรรค USDP ได้คะแนน 19,667 เสียง ขณะที่ผู้สมัครจากพรรค NLD ได้คะแนน 12,636 เสียง โดยในการเลือกตั้งเมื่อปี 2558 พบว่า ในเขตเลือกตั้งนี้ผู้สมัครจากพรรค NLD เคยชนะเลือกตั้ง นอกจากนี้ ผู้สมัครจากพรรคหัวเสือ หรือพรรค Shan Nationalities League for Democracy ชนะการเลือกตั้งในเมืองสู้ ทางภาคกลางของรัฐฉานอย่างขาดลอย ทิ้งห่างคู่แข่ง คว้าที่นั่งในสภามาได้ทั้งหมด  เช่นเดียวกับที่เมืองเกซี เมืองที่อยู่ใกล้เคียงเมืองสู้ พรรคการเมืองไทใหญ่พรรคหัวเสือก็ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย โดยในเมืองเกซีคาดว่ามีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 50,000 คน และมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเกิน 75 % โดยทั้งสองพื้นที่ทั้งเมืองเกซีและเมืองสู้ต่างไม่มีการจัดเลือกตั้งเมื่อปี 2558 เนื่องจากเกิดเหตุสู้รบระหว่างทหารไทใหญ่เหนือ SSPP/SSA และกองทัพพม่า โดยครั้งนี้เป็นการจัดเลือกตั้งครั้งแรก

โดยสรุปการเลือกตั้งซ่อม 19 ที่นั่ง ทั้งในสภาแห่งชาติและสภาภูมิภาคและรัฐพรรค NLD คว้ามาได้ 9 ที่นั่ง พรรคหัวเสือได้ 6 ที่นั่ง ส่วนพรรค USDP คว้ามาได้ 2 ที่นั่งในเขตเลือกตั้งที่ 2 เมืองเชียงตุง รัฐฉาน และเมืองเชาโซน รัฐมอญ ด้านพรรคการเมืองยะไข่หรืออาระกัน พรรคแห่งชาติอาระกัน (ANP) ชนะเลือกตั้งในเมือง Ann รัฐอาระกัน และพรรค All Nationalities Democracy Party พรรคการเมืองท้องถิ่นได้ 1 ที่นั่งในรัฐคะเรนนี ผลการเลือกตั้งน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ความพึงพอใจที่มีต่อรัฐบาล NLD ขณะที่ในเขตเลือกตั้งของรัฐชาติพันธุ์ ประชาชนให้การสนับสนุนพรรคการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น  พรรค NLD หรือนางซูจี ได้รับความนิยมน้อยลง โดยเฉพาะในรัฐชาติพันธุ์

การสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

ANFREL (Asian Network for Free Elections) "อันเฟรล" หรือเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี  ตั้งขึ้นปี 2540 เน้นความร่วมมือจาก 15 ประเทศในเอเชีย ที่ผ่านมาอันเฟรล ได้เข้าไปเฝ้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งกว่า 30 ครั้งใน 15 ประเทศสมาชิก สำหรับการเลือกตั้งซ่อมในพม่าครั้งนี้ ผู้เขียนในฐานะกรรมการของอันเฟรลและเป็นตัวแทนมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยได้รับมอบหมายให้สังเกตการณ์เลือกตั้งในภูมิภาค BAGO เขตเลือกตั้งในพื้นที่เมือง  Nyainglebin Township and Kyauktaga Township ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 3 ชั่วโมงโดยทางรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นการสังเกตการณ์เลือกตั้งในช่วงก่อนการเลือกตั้ง การรณรงค์หาเสียง การเลือกตั้งล่วงหน้า การลงคะแนนในวันเลือกตั้ง การนับคะแนน และบรรยากาศภายหลังการเลือกตั้ง โดยที่ผู้สังเกตการณ์จะต้องรายงานผลการสังเกตการณ์ตามแบบฟอร์ม (ELMO) ที่กำหนดทุก 2 วัน โดยเฉพาะในวันเลือกตั้งจะต้องรายงานทาง application ODK ในทุกหน่วยเลือกตั้งที่ได้ไปสังเกตการณ์ ระบบ ELMO/ODK นี้ ทำให้ศูนย์ประสานงานของอันเฟรล ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สามารถประมวลข่าวและรายงานข่าวได้ทันสถานการณ์ 

แม้นการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากประชาชนมากนัก ประมาณว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเฉลี่ยแล้ว 30-40% แต่ถือได้ว่าเป็นการซ้อมใหญ่ของ กกต พม่า ที่พยายามปรับปรุงระบบการจัดการเลือกตั้ง ข้อสังเกตที่น่าใจ อาจสรุปพอเป็นสังเขปดังนี้  

1  บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่ปรับปรุง จากระบบเรียงชื่อตามตัวอักษร มาเป็นระบบรายชื่อตามครัวเรือน โดยมีการสำรวจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกครัวเรือน (door to door) โดย กกต ในระดับพื้นที่ จากนั้นมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ให้มีการตรวจสอบแก้ไข และเมื่อใกล้วันเลือกตั้งมีการแจก voter slip ให้ทุกครัวเรือน ลักษณะคล้ายใบแจ้งชื่อ หมายเลข ที่อยู่ ให้ผู้มีสิทธิ์นำไปแสดงแก่เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งเพื่อความสะดวกในการหาชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง (ในข้อนี้ คล้ายระบบบ้านเรา ที่มีการส่งเอกสารแจ้งเจ้าบ้าน

2  การลงคะแนนเสียงล่วงหน้า(ซึ่งมีสัดส่วนผู้มีสิทธิ์ไม่มากนัก) ซึ่งแบ่งเป็นสองช่วงคือสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง และสำหรับผู้ประสงค์จะลงคะแนนล่วงหน้า ผู้สูงอายุ คนป่วย คนพิการ ในกรณีหลัง กกต ในระดับพื้นที่ จะไปบริการถึงบ้าน ซึ่งจากการตามไปสังเกตการณ์ โดยส่วนใหญ่  ให้ลูกลงคะแนนให้ และไม่เป็นความลับ

3 การรรงค์หาเสียงเลือกตั้ง มีข้อที่น่าสนใจ คือ ผู้สมัครจะตกลงกติกากันเอง โดยกำหนดเพดานค่าใช้จ่ายว่าไม่เกินสิบล้านจั๊ส (Kyatt) กำหนดพื้นที่หาเสียงไม่ให้ต้องเจอกัน เช่น กำหนดวันแห่ขบวนรถหาเสียง คนละวัน ในกรณีที่มีข้อขัดแย้ง กกต.จะให้มีคณะกรรมการไกล่เกลี่ยในพื้นที่ ช่วยคลี่คลายข้อขัดแย้ง

4  การให้การศึกษาวิธีการลงคะแนนเลือกตั้ง (voter education ไม่ใช่ civic education) กกต ให้องค์การเอกชนดำเนินการเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำได้ค่อนข้างจำกัด เพราะพม่าใช้ตราประทับ (stamper)ในการลงคะแนน ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับการใช้ตราประทับ ทำให้กรรมการประจำหน่วยต้องคอยตะโกนบอกว่าจะใช้ตราประทับอย่างไรในการลงคะแนน

5 ในวันลงคะแนน ผู้เขียนมีโอกาสสังเกตการณ์ตั้งแต่เวลา 6.00 น. จนถึงเวลาประมาณ 22 น.ได้ตระเวนสังเกตการณ์การณ์ลงคะแนนใน  20 หน่วยเลือกตั้ง  ใน 5 หมู่บ้าน 3 ค่ายทหาร ของ 2 เมือง  นับแต่ช่วงเปิดหีบ การลงคะแนน การนับคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง และการรวมคะแนนที่ กกต ในระดับเมือง บรรยากาศผู้มาใช้สิทธิ์โดยทั่วไปไม่คึกคัก กปน ส่วนใหญ่เป็นครู ข้อดีของการให้ครูเป็น กปน คือ ครูมักทำตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด ในช่วงเปิดหีบ ปิดหีบ นับคะแนน แทบจะเปิดคู่มือดูทุกขั้นตอน มีผู้สังเกตการณ์จากพรรคการเมืองสองพรรคใหญ่ในทุกหน่วยเลือกตั้ง

ในเขตเลือกตั้งนี้ พรรค NLD ชนะการเลือกตั้ง และผู้สมัครเป็นผู้หญิงคนเดียวในบรรดาผู้สมัครทั้งหมด ผู้เขียน   ดีใจที่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์และทำความรู้จักทนายความหญิงที่เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาร่วมสามสิบปี แม้นการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่คึกคักเหมือนการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา แต่เป็นสนามทดสอบความนิยมของพรรคเอ็นแอลดี ที่พึ่งขึ้นมาเป็นรัฐบาล และเป็นสนามซ้อมของ กกต และองค์การเอกชน ในการเตรียมความพร้อมในสนามเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่ข้างหน้า.

โดย ดร. ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์

กลับหน้าหลัก

ภาคีเครือข่าย