Facebook   
 
 
หน้าแรก > โครงการและกิจกรรม > ไต้หวัน กับเหตุการณ์ 228

 
บทความเรื่อง :  ไต้หวัน กับเหตุการณ์ 228 

 

ไต้หวัน กับเหตุการณ์ 228

สำหรับชาวโลกเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งความรัก แต่สำหรับชาวไต้หวันแล้ว เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่จะต้องรำลึกถึงเหตุการณ์ การต่อสู้ของประชาชนและหนุ่มสาว เพื่อเอกราชและประชาธิปไตย

สำหรับไต้หวันแล้ว การต่อสู้เผด็จการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะที่ไต้หวันตกอยู่ภายใต้การกดขี่ของญี่ปุ่นที่ใช้ไต้หวันเป็นฐานในการล่าอาณานิคม

ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ชาวไต้หวัน รู้สึกโล่งใจหวังใน เสรีภาพคงมาถึงในอีกไม่ช้านาน กลุ่มเคลื่อนไหวเสรีภาพ พากันออกมาแสดงตน จัดกิจกรรมเพื่อปกครองตนเองกันอย่างกว้างขวาง

นายพลเจียงไคเช็ค จากจีนแผ่นดินใหญ่ ส่งนายพล Chen Yi เข้ามาเป็นผู้ปกครอง ชาวไต้หวันพากันยินดีต้อนรับ ผู้ปกครองใหม่จากจีนแผ่นดินใหญ่ แต่แล้วนักเคลื่อนไหวพากันฝันสลายเมื่อรัฐบาลเริ่มดำเนินการจำกัดเสรีภาพในการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่ชาวไต้หวันเรียกร้องขอเข้ามีส่วนร่วม

สถานการณ์เลวร้ายลงโดยเฉพาะกับภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ สินค้าก่อนสงครามโลก ราคา 15 เหรียญ ในระหว่างสงครามราคาเพิ่มเป็น 45 เหรียญ ขณะที่ภายหลังสงครามราคาพุ่งพรวดถึง 500 เหรียญ สิ่งที่เป็นปัญหาวิกฤตคือ การว่างงาน ประกอบกับรัฐบาลยังคงใช้วิธีการผูกขาด สืบทอดมาตั้งแต่สมัยญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุม อุตสาหกรรม ยาเส้น เหล้า และน้ำตาล อุตสาหกรรมหลักในช่วงเวลานั้น การควบคุมเศรษฐกิจและการคอรัปชั่นของบรรดาเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างกว้างขวาง จนสาธารณชนประณามว่าเป็นพวกหัวขโมย

ขณะที่ชนชั้นปกครองส่วนใหญ่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ คนไต้หวันเป็นได้เพียงข้าราชการระดับล่าง รัฐบาลยืนยันใช้ภาษาจีนกลาง(แมนดาริน) เป็นภาษาทางการ ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานราชการของคนไต้หวัน รัฐบาลพยายามใช้ภาษาแมนดารินเป็นภาษาสื่อสารให้กับคนไต้หวัน ด้วยการใช้ภาษาแมนดารินในระบบการศึกษา แม้จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จนักเพราะไม่สามารถหาครูสอนภาษาแมนดารินได้

คนไต้หวันเองไม่ค่อยพอใจกับรัฐบาลใหม่นัก ด้วยทหาร และตำรวจไม่มีวินัยในการทำงาน เต็มไปด้วยคอรัปชั่น ประกอบกับช่องว่างทางวัฒนธรรมและอุปสรรคทางภาษา ไต้หวันที่ได้กลับคืนสู่การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ก็ไม่ได้ต่างไปจากการตกเป็นเมืองขึ้นกับญี่ปุ่น

Chen Yi ยังคงใช้นโยบายตามแบบญี่ปุ่นในการควบคุมและผูกขาดเศรษฐกิจ ต่างจากสิ่งที่ประชาชนคาดหวังที่จะได้มีเสรีภาพในการทำการค้าธุรกิจ รัฐบาลผูกขาดตั้งแต่อุตสาหกรรมยาเส้น ไม้ขีดไฟ เหล้า และที่หนักไปกว่านั้นคือการควบคุมกระบวนการผลิตทั้งหมด กระบวนการขนถ่ายสินค้าและแม้แต่การจำหน่ายสินค้ารายย่อย ส่งผลให้การว่างงานเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนต้องเริ่มหารายได้จากการขายบุหรี่ตามท้องถนน และโดยเฉพาะในแหล่งชุมชนย่านตลาดขายอาหาร ด้วยบุหรี่เป็นสินค้าผูกขาด การขายบุหรี่นอกที่เป็นสินค้าหนีภาษีถือเป็นการผิดกฎหมาย แต่ผู้คนที่ยากจนต้องหลบๆ ซ่อนๆ ขายบุหรี่นอก ที่ลักลอบมาจากต่างประเทศประทังชีวิตไปวันๆ

บุหรี่มวนละไม่กี่ตังค์กลายเป็นชนวนนำไปสู่โศกนาฎกรรม 228

กลางดึกของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1947 สองปีภายหลังการยุติสงครามโลกครั้งที่สอง เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการผูกขาดสินค้า พบว่า Lin Jianmai แม่หม้ายลูกติด วัย 40 ปี ลักลอบขายบุหรี่เถื่อน และถูกตรวจพบบุหรี่และเงินที่ได้จากการขายบุหรี่ ไม่ว่าเธอจะขอร้องประการใดเจ้าหน้าที่เข้าทำการทุบตีเธอด้วยด้ามปืนจนเลือดอาบ ท่ามกลางฝูงชนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างพากันโกรธแค้น เจ้าหน้าที่นายหนึ่ง Fu Hsueh-tung ใช้ปืนกราดยิงใส่ฝูงชนและวิ่งหนี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ชื่อ Chen Wen-shi

ฝูงชนต่างพากันโกรธแค้นและเดินขบวนไปที่สถานีตำรวจ เรียกร้องให้นำตัวฆาตกรมาลงโทษ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่สนใจต่อข้อเรียกร้อง และพยายามบิดเบือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฝูงชนจึงเคลื่อนตัวไปล้อมสถานีตำรวจตลอดคืน  ในเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ตำรวจและทหารยังคงยืนกรานไม่จับกุมฆาตกร จนครอบครัวของเหยื่อและผู้ประท้วงเดินขบวนไปยังสะพานไทเป และตะโกนเรียกร้องให้ลงโทษฆาตกร ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต ระหว่างทางกลุ่มผู้ประท้วงได้บอกเล่าเหตุการณ์ให้ประชาชนฟังไปตลอดทาง เรียกร้องให้ร้านค้าหยุดกิจการและกดดันให้ รัฐบาลและ Chen Yilan ลาออก

เวลาประมาณ 10:00 น. กลุ่มผู้ประท้วงได้ไปถึงสำนักงานของทบวงผูกขาดกิจการบุหรี่ของไต้หวัน และพากันบุกเข้าไป คว้าบุหรี่ เหล้าและไม้ขีดไฟออกมากองไว้กลางถนนและเผา ยิ่งเป็นการเพิ่มอุณหภูมิความร้อนแรงของอารมณ์ผู้ประท้วง ขณะที่ประชาชนเริ่มเข้ามารวมกลุ่มชุมนุมกันมากขึ้น

สถานการณ์เต็มไปด้วยความวุ่นวายมากยิ่งขึ้น และไม่มีใครออกมารับผิดชอบ ขณะที่มีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง ประมาณ 500 คนเดินขบวนไปที่สำนักงานบริหารกิจการจังหวัดไต้หวัน เมื่อเวลาประมาณ 13:00 น และตะโกนเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกไปตลอดทาง  ขณะที่พวกเขากำลังไปถึง เจ้าหน้าที่จากตัวอาคารเริ่มยิงใส่ฝูงชน ทำให้ฝูงชนตกใจและแตกตื่น ผู้ประท้วงหลายคนถูกยิงและบาดเจ็บ ประชาชนจำนวนมากถูกฆ่าตาย ขณะที่ข่าวเริ่มถูกเผยแพร่ออกไปผ่านวิทยุกระจายเสียง และก็มีการเรียกร้องให้มีการส่งข่าวประกาศข่าวเผยแพร่ต่อๆกันออกไป

ข่าวถูกตีแผ่เผยแพร่ออกไปทั่วไต้หวัน ฝูงชนเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้คนที่ไม่ใช่คนไต้หวันตกเป็นเหยื่อระบายความโกรธแค้นถูกคนไต้หวันทำร้ายทุบตี มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงและการปะทะจำนวนมาก เหตุการณ์เข้าขั้นวิกฤตยากต่อการควบคุม จนผู้ว่านายพล Chen Yi ต้องประกาศกฎอัยการศึกในช่วงบ่ายสามของวันที่ 28 กุมภาพันธ์

เช้าวันที่ 1 มีนาคม ตำรวจทหารเริ่มออกตรวจตราตามท้องถนนและยิงเข้าสู่ฝูงชนที่ประท้วง พร้อมสั่งให้หยุดการสัญจรจราจรทั่วไทเป ร้านค้าต่างปิดกิจการไม่มีตลาด ไม่มีการทำงาน โรงเรียนหยุดการเรียนการสอน เลือดไหลนองไปทั่ว เสียงปืนดังไม่หยุด นักเรียนต่างได้รับบาดเจ็บ ทหารใช้ปืนกลยิงกราดเข้าฝูงชน มีผู้บาดเจ็บนับร้อย มีคนเสียชีวิตทันทีในเหตุการณ์นั้น 20 กว่าคน

กลุ่มองค์กรต่างๆ เยาวชน พรรคการเมือง ชนชั้นนำ ต่างพากันออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก และให้มีการปฏิรูปการเมือง มีการจัดตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงที่ประกอบด้วยตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ เรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ปล่อยผู้คนที่ถูกจับกุมตัวไป และสั่งห้ามทหารยิงใส่ฝูงชนจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่มาจากภาครัฐและเอกชน และทำการเผยแพร่ข่าวสารแก่ประชาชน Chen Yi ยอมทำตามข้อเรียกร้อง และยกเลิกกฎอัยการศึก แต่ยังห้ามการชุมนุมและการเดินขบวน

อย่างไรก็ตามไม่สามารถหยุดยั้งการปราบปรามอย่างโหดเหี้ยมที่รัฐบาลกระทำกับขบวนเคลื่อนไหวราวกับผู้ก่อขบถ นายพลเจียงไคเช็คส่งกองกำลังทหารเข้ามาเพิ่มตามคำเรียกร้องของ Chen Yi เมื่อกองทัพเดินทางมาถึง Chen Yi ประกาศกฎอัยการศึก และสั่งยุบคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ

เสียงปืนกลับมาดังขึ้นตลอดวัน บรรดานักปฏิรูปถูกจับกุมในฐานผู้ทรยศและก่อการขบถ กรรมการหลายคนในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯและผู้นำการเคลื่อนไหวถูกจับขึ้นศาลทหาร และถูกพิพากษาให้ประหารชีวิต การปราบปรามลุกลามไปทั่วไต้หวัน ผู้คนถูกทำร้ายบาดเจ็บเสียชีวิต สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนล้มตายกลางถนน หลายคนถูกจับกุมและฆ่าทิ้ง หลายคนต้องหนีออกจากไต้หวัน

จากการประเมินของคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ 228 ในเวลาต่อมา คาดกันว่า มีผู้ตกเป็นเหยื่อบาดเจ็บสูญเสียชีวิต รวมประมาณ 18,000 - 28,000 คน

เหตุการณ์ 228 จึงเป็นรอยแผลที่บาดร้าวจารึกในใจคนไต้หวันจนทุกวันนี้ และคงด้วยเหตุนี้ และอีกหลายเหตุการณ์ของการต่อสู้อย่างอุทิศเสียสละไม่หยุดยั้งของเหล่าผู้กล้า ที่ทำให้ไต้หวันยังคงความเป็นประชาธิปไตยอยู่ทุกวันนี้

Ref: The permanent exhibition of Taipei 228 Memorial Museum

 

ดร.ลัดดาวัลย์  ตันติวิทยาพิทักษ์

เลขาธิการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย



บันทักเมื่อ 17/02/2020 

 
 
เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย

ASIAN NETWORK for FREE ELECTIONS

International IDEA

gndem

 
 
เชื่อมโยงภายใน
- แถลงการณ์
- ข่าวสาร/บทความ
- โครงการและกิจกรรม
- ห้องสมุดและสื่อ
- เครือข่ายพีเน็ต

- เกี่ยวกับองค์กร
- ติดต่อเรา
- ผู้ดูแลระบบ
มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย
14/16 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200  
เบอร์โทรติดต่อ  092-553-8855 และ 092-246-9173

Facebook